blooming heart gang invites you to get involved

It's never too late to do something good for others...
Contribute in any way you can!

blooming heart ณ บ้านนาต๋ม ลำปางเจ้า

blooming มาเที่ยวเล่น

วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แอ่วแม่ฮ่องสอน ภาคจบ

12 ธันวาคม 52



ต่างตื่นกันตี 5 กว่า 6 โมง ปฏิบัติภารกิจที่นักท่องเที่ยวหัวดำทุกคนต้องทำ คือ ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงสะพาน โอ้โห! มืดฟ้ามัวดินจริงๆ เห็นแต่เงาดำๆ กับแสงแฟลชผลัดกัน แชะๆ ๆ แข่งกะหิ่งห้อย ไอ้ตอนจะขึ้นแพดูหงส์นี่สิ เหล่านักท่องเที่ยวก็มาออ จนแพที่รับน้ำหนักได้แค่ 8 คนเอียง โมนาเลยตั้งตัวเป็นเจ๊แจกบัตรคิวซะเลย
สายๆ เราก็ไปบ้านรักไทยกันต่อ กินอาหารจีนยูนนาน เดินเล่น ถ่ายรูป ซื้อของ มีบ้านดินสร้างเป็นร้านค้าน่ารักๆ ที่ถูกใจชาว blooming heart อันดับ 1 ก็ร้านที่มีขวดโหลของเชื่อมของดองของแห้งหลายสี เป็น prop อย่างดีให้พวกเราเข้าไปโพสท่าเก๋ๆ ได้อยู่นานสองนาน
ต่อด้วยการไปดูแกะที่โครงการพระราชดำริปางตอง ที่ให้ชาวบ้านเลี้ยงแกะเป็นอาชีพ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแกะแบบพอเพียง แกะส่วนใหญ่จะตัวมอม จะขาวจั๊วะก็เฉพาะแกะเด็กตัวโชว์ 2 ตัวที่อาบน้ำทุกเช้าเพื่อให้นักท่องเที่ยวอุ้มถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งจอยสาวรักสัตว์ก็ออกอาการแอบคิขุให้เห็นตอนป้อนอาหารและถ่ายรูปแบบหน้าชนหน้ากับเจ้าโมจิลูกแกะอายุ 3 อาทิตย์

เสร็จแล้วก็แวะทักทายกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านห้วยเสือเฒ่าก่อนถึงอ. เมือง และเข้าพักที่โรงแรมคุณป้าใจไม่รักบริการตามเดิม มื้อเย็นได้กินอาหารพื้นเมืองที่บ้านเพลง และเดินเล่นถนนคนเดิน จับจ่ายกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะเจ้าแม่จี่ผู้กระจายรายได้ทุกที่ แล้วก็ good night ใต้ผ้านวมอย่างหนา เตียงเป็นเตียงซะที… แต่ยังมี 3 คนที่อารมณ์ครึ้มอยากสังสรรค์กันต่อ ฝ้าย จอย และยุรีเลยแจมกันไปฟังเพลงโฟล์คซองของหมู่เฮาจาวเหนือจนดึกดื่นเที่ยงคืน



13 ธันวาคม 52
วันสุดท้ายของทริปนี้ มีรถ 2 รอบสำหรับสมาชิกใจบุญแต่ต่างจริต รอบแรกก็คนตื่นเร็ว, ออกตัวเร็ว เพราะขาดอาหารเช้าไม่ได้อย่างพี่จุ๊บ รีบออกตั้งแต่ 8.30 น. ไปกินโจ๊กเสวยของแท้ที่ตลาดสายหยุด โจ๊กหมูสับใส่ขิงแสนอร่อย+ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ที่อร่อยและถูกแสนถูก เสร็จก็ขึ้นพระธาตุดอยกองมู ไปเวียนเทียนรอบพระธาตุ 2 องค์ด้วยดอกไม้ตามประเพณีที่ประดับด้วยไม้แทนสะพานก้าวข้ามอุปสรรค, ร่มให้ร่มเย็น, ธงมีธงชัย และอะไรอื่นๆ จำไม่หมด สรุปคือเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ

เสร็จก็ไปนั่ง hang out กันที่ร้าน coffee morning ร้านกาแฟน่ารักๆ สไตล์คนกรุงเทพฯ มาเปิด ป้ายร้าน รูปติดผนัง ชั้นหนังสือ โปสการ์ด เก้าอี้ ผนัง ก็กลายเป็นของแปลกที่ๆ บ้านไม่มี ต้องถ่ายรูปบันทึกความทรงจำกันเป็นการใหญ่ สีสันสดใสถูกใจป้าๆ มาก แล้วถึงได้ join กันทั้ง 2 กลุ่มอีกครั้งเพื่อไปวัดหัวเวียง กราบพระเจ้าพาราละแข่ง ที่ทำเลียนแบบพระพุทธรูปที่พม่า สวยงดงามมาก

ตอนแรกนึกว่าวันสุดท้ายจะเรื่อยๆ เอื่อยๆ ชิวๆ กัน ปรากฎป้าๆ ที่กายไม่พร้อมแต่ใจพร้อมทั้งหลายก็ set program ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วอย่างใจนึก (งานนี้คนชี้โพรงให้กระรอกยุรีและจี่ คือ ป้าจุ๊บนั่นเอง) เลยได้ไปถ้ำปลากันต่อ ดูปลาพลวงหินสีน้ำเงินที่ว่ายน้ำเบียดกันกินอาหารที่พวกเราซื้อเลี้ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะไข่ต้มเมนูโปรดของเหล่าปลาศักดิ์สิทธิ์หน้าถ้ำ

เสร็จภารกิจกิจกรรม ก็ไปต่อมื้อเที่ยงกันที่ร้านบ้านทรงไทย เมนูเด็ดร้านนี้คือข้าวซอย และของหวานที่อร่อยมากขนาดได้ลง นสพ. คือ มะเขือเทศเชื่อมในน้ำกะทิ โมนาจะปลื้มแค่ไหนต้องติดตามดูรูปใน FB ของแจ๋ว ใกล้เวลากลับกรุงเทพฯ โมนาก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมแพคน้ำเสาวรสครูอุไร เพื่อ load ขึ้นเครื่อง ยุรีสาวน้อยผู้อาทรเพื่อนร่วมทางเสมอก็ออกไอเดียขอซื้อ bubble จากคุณป้าร้านข้าวซอยมาห่อกันแตก ตาก็เหลือบไปเห็นอุปกรณ์การแพคที่คุณป้ามีอยู่บนเคาน์เตอร์อย่างมีแผน จึงเริ่มสวมวิญญานนักเขียนสัมภาษณ์คุณป้าจนสามารถทำให้คุณป้าหันมาบรรจงห่อขวดน้ำเสาวรสให้อย่างพิถีพิถันอย่างกับไวน์ขวดละหมื่นโดยไม่คิดเงิน โมนาซึ้งกับความใจดีของคุณป้าชาวไทยใหญ่เป็นอันมากจนต้องขอถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นที่ระลึก

เวลายังพอมี กลุ่มออกสายเลยได้แยกย้ายไปพระธาตุดอยกองมู ส่วนอีกคันไปแวะชมศูนย์ศิลปาชีพให้จี่ได้กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอีกวาระหนึ่ง คราวนี้ได้กระเป๋าคุณพิกุลและก็ใช้สะพายได้ในทันทีทันใด ตบท้ายด้วยการกลับไปรวมตัวกันที่ coffee morning ดื่มเครื่องดื่มก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและแฮปปี้กันถ้วนทั่วทุกคน ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกคนที่ทำให้ blooming heart trip ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ไม่อาจเอ่ยถึงทุกคนในบันทึกนี้ได้ แต่ก็หวังว่าจะเป็นทริปแห่งความทรงจำที่พวกเราจะได้มาทำบุญร่วมกันอีกครั้ง
See you again in 2010!

Gossip โดย blooming P’ Wan, ภาพโดย blooming Yuree & blooming Mona

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แอ่วแม่ฮ่องสอน ภาค 1


9 ธันวาคม 52
Blooming Heart Trip ครั้งสุดท้ายของปีนี้ จุดหมายของพวกเราคือ แม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรกที่สมาชิกอุ่นหนาฝาคั่งมากๆ สิริอายุรวมกันก็ปาเข้าไปเกือบ 600 ปี… วันแรกมี 13 คน คือ โมนา วรรณ พี่จุ๊บ พี่อุ๊ จี่ แจ๋ว นก เล็ก ยุรี จอย แนน พี่ไก๋ ฝ้าย และจะมีมาสมทบอีก 10 คน คือ ปานกับคิด และแป้ม + คณะ นึกดูแล้วกันเหมือนมาทัวร์พนักงานกันเลย แต่เป็นพนักงานไฮโซยี่ห้อมาแตร์ซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างงี้ต้องไม่ธรรมดา อาหารอร่อย รถแอร์เย็นฉ่ำ ที่นอนสุดหรู (ถุงนอนและผ้าห่มขนมาเองโดย city & FB girls)
หลังอิ่มอร่อยมื้อเที่ยงที่ร้านใบเฟิร์น โดยเฉพาะเห็ดหอมอบซีอิ๊วเมนูที่ทุกคนชื่นชอบ ก็แยกย้ายกัน แนน, พี่ไก๋, จอยและฝ้ายมุ่งหน้าไปปางอุ๋ง ส่วนที่เหลือลงใต้ไปอำเภอแม่สะเรียง ระหว่างทางไปแม่สะเรียงก็ผ่าน อ.ขุนยวม จากนั้นก็เริ่มทัวร์วัด เริ่มจากวัดแม่ปาง ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย อุโบสถวิจิตรและบันไดพญานาคก็สามารถทำให้หลายคนควักกล้องออกมาบริหารอารมณ์อันสุนทรีย์กันได้พอหอมปากหอมคอ

ต่อด้วยวัดศรีบุญเรือง อ.แม่สะเรียง ที่นี่ยิ่งได้ดีกรีบรรยากาศเหนือๆ เพิ่มขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ งานไม้ฉลุสีขาวบนหลังคาอุโบสถเรือนไม้ทั้งหลัง ร่มรื่นเย็นใจ เดินทะลุรั้วไปเป็นอีกวัดหนึ่ง ชื่อ วัดจองสูง มีเจดีย์มอญองค์ทองอร่าม พวกเราไปถึงตอนพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบองค์เจดีย์พอดี ยิ่งดูสวยเข้าไปอีก
วัดสุดท้าย คือ วัดจอมทอง มีพระพุทธรูปองค์โตขนาดคนลงไปนั่งแล้วสูงแค่ครึ่งเข่าขัดสมาธิของท่าน ที่นี่เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินค่อยๆ ลับไปที่หลังเทือกเขาที่เรียงรายเป็นแถว บรรยากาศดูดีมากๆ

จบวันด้วยการเช็คอินเข้าโรงแรม River House โรงแรมน่ารักๆ บรรยากาศเหนือๆ ด้วยเรือนไม้ริมแม่น้ำยวม และมื้อค่ำแสนอร่อยที่เรียงรายเข้าไปเรียงตัวในกระเพาะของพวกเราอย่างไม่เกรงใจ คืนแรกหลับฝันดีกันทุกคน เพราะมีช่อง 3 ชัดแจ๋วให้ป้าๆ เคลิ้มกับครูกุ๊ก พอดีตอนนี้ครูกุ๊กกำลังงอนอลินอย่างมาก โมนาบอกว่า พออลินร้องไห้ พี่วรรณก็ร้องไห้ตามทุกครั้ง โมนาฟ้องทุกคนว่าพี่วรรณนึกว่าตัวเองเป็นนางเอก

10 ธันวาคม 52
ผลสรุปจากเวลาที่พวกเราค่อยๆ เลื้อยลงมากินอาหารเช้า คือ ทุกคนเลือกนอนแทนตื่นตี 4 ไปกาดเช้าและใส่บาตร แหม! ก็การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดนี่นา

หลังมื้อเช้า เราได้ข้อสรุปว่า เพื่อแพนเค้ก โมนาต้องยอมแลกทุกอย่างทั้งไข่ดาว, ไส้กรอก, แฮม และ เบคอน
ก่อนออกเดินทาง เราเก็บภาพบรรยากาศที่พักและบริเวณโดยรอบเล็กน้อย จุดหมายแรกของวันนี้คือ พระธาตุอีก 3 แห่ง เพื่อเก็บให้ครบเป็น 4 เริ่มจากพระธาตุจอมมอญ เจดีย์สีทองทรงคว่ำที่มีพระพุทธรูป 4 ปางอยู่ที่ฐาน 4 ทิศ เดินวนขวาไหว้กันจนครบทุกทิศ…

พระธาตุจอมแจ้ง ที่วัดจอมแจ้ง ยิ่งตรงข้ามเป็นพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงอาคารไม้หลังงามก็สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอย่างเราควักอุปกรณ์เก็บภาพต่างๆ ออกมาใช้งาน แสดงท่าที่คิดว่าดูดีสุดๆ ของแต่ละคนกันอย่างสนุกสนาน ที่สุดท้ายคือ พระธาตุจอมกิตติ แต่คุณโชเฟอร์เกิดเลี้ยวผิดที่และก็เจอซ่อม-ปิดถนนอีกเลยต้องเว้นไปก่อน

เลยไปถึงไฮไลท์เด่นของวันนี้ คือ ล่องเรือหางยาวชมแม่น้ำสาละวินที่ อ.แม่สามแลบ อำเภอที่รักในหลวงของพวกเรา เพราะมีพระฉายาลักษณ์ใหญ่เป้งตรงบริเวณซุ้มตลาดนัด เราอิ่มมื้อเที่ยงแบบชาวชายแดนด้วยข้าวกะเพราไข่ดาว ไข่เจียว และ ไม่ไข่ แถมยังมีเมนูเด็ด คือ ต้มยำปลาสาละวินรสแซ่บ และ กุ้งแม่น้ำสาละวินชุบแป้งทอด ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันจนต้องให้คุณป้าเจ้าของร้านทำให้อีกเป็นจานที่สอง กุ้งตัวเล็กๆ มีมันที่หัว แต่ไม่จิ๋วแบบกุ้งฝอย เหยาะเกลือเล็กน้อย อร่อยล้ำแบบสาละวิน ไอ้ตอนลงเรือพวกเราก็กลายเป็นคณะตลกให้ชาวบ้านทั้งไทย, กะเหรี่ยง และ โรฮิงญา ดูขำๆ กับท่าทางเก้งๆ กังๆ เดินย่องๆ ย่อๆ ที่สันทรายข้างท่าเรือแม่สามแลบ อยากเห็นต้องเชิญดู FB จากคุณแจ๋วช่างภาพประจำทริปนี้
บ่ายแก่ๆ มุ่งหน้ากลับอำเภอเมือง ช่วงแรกๆ ก็ชิวๆ แต่จากขุนยวมถึงอำเภอเมืองนี่สิ ด้วยโค้งๆ ๆ ทั้งหลายทำเอาหลายคนมึนและเมาเอาการ กว่าจะได้กินมื้อเย็นก็ประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ต้องของคุณ 7-eleven มิตรแท้ริมทางของพวกเราสำหรับของว่างระหว่างทาง มื้อเย็นเป็นอาหารชุดที่ร้านไข่มุก ทุกคนรู้สึกไม่พึงพอใจเพราะความรู้สึกเป็นทัวร์ซิ่มไปหน่อย แต่โมนาบอกให้รีบกินจะได้ทันดูครูกุ๊ก

11 ธันวาคม 52
เริ่มวันที่สามด้วยโจ๊กหมูสามหมอก กะปาท่องโก๋ อุ่นท้องดี ก่อนมุ่งหน้าไปทำกิจกรรมสำคัญของทริปนี้ที่โรงเรียนบ้านห้วยเฮี๊ยะ อ.ปางมะผ้า ระยะทาง 80 กม.จาก อ.เมือง แต่ด้วยหนทางอันคดโค้งขึ้นเขานั้น ก็ล่อเข้าไป 2 ชั่วโมง มาถึงโรงเรียนก็ 10 โมง

น้องๆ ตื่นเต้นมารอพวกเราตั้งแต่เช้ามืดละมั๊ง เพราะพอเห็นรถตู้พี่ๆ มาก็วิ่งแจ้นมาต้อนรับเป็นการใหญ่ รถตู้คันแรกมาถึงก่อนอีก 2 คันที่มาถึงโรงเรียนเอาเกือบ 11 โมง เลยต้องเล่นเกมละลายพฤติกรรม ‘นั่ง-ยืน’ กับ ‘หัว-ไหล่-ตูด’ พอขำๆ นำโดยพี่แจ๋วพิธีกรจำเป็น เพราะทริปนี้พี่ไก๋พิธีกรเจ้าประจำต้องไปเป็นพริตตี้อยู่มอเตอร์โชว์


ต่อด้วยเกมเก้าอี้ดนตรีรอบเด็กจิ๋วอนุบาล และรอบเด็กประถม เพราะกลัวเจ้าตัวเล็กจะโดนพี่ตัวใหญ่ทับแบนเอา พอสมาชิก blooming heart รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติมากันครบ 21 คน ก็เริ่มเล่นเกมเต็มรูปแบบที่เตี๊ยมกันมา มีการนับคะแนนขึ้นกระดาน น้องๆ ส่วนใหญ่สนุกกับเกมลูกบอลติดหัว และตักน้ำสีกรอกใส่ขวดกันมาก ขนาดที่สีเหลืองของพี่เล็ก (เจ้าแม่แห่งเกมกรอกน้ำ) อยากจะขอขวดที่สองเพราะเจ้าแม่เล็กโค้ชน้องได้เก่งจริงๆ แต่มีน้องบางคนก็มีจุดยืนหนักแน่น พอบอกให้เล่นก็บอกคำเดียวว่า ‘ไม่ทำ’ บวกกับใบหน้าอันไร้อารมณ์ของเธอและเขา จนเราต้องเลิกง้อไปเลย ติดใจสุดก็น้องสุธิดาจอมอ้วนหน้าฟักทองที่อยู่สีน้ำเงิน เกมอะไรๆ ก็ไม่เล่น ถนัดสุดก็เห็นจะเป็นตอนยกจานข้าวที่มีไก่ทอด หมูทอด นี่แหละที่น้องดูทะมัดทะแมงสุด เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างชำนาญ
มื้อนี้น้องๆ ได้กินไอศกรีมด้วย ดูทุกคนมีความสุขมากเพราะเข้าแถวกัน 2 รอบเกือบทุกคน ตอนแรกเราก็อยากจะเข้าแถวด้วยแต่ก็อายน้องๆ เค้าน่ะ ได้แต่ถามก็ทราบว่าเป็นรสกะทิ
ระหว่างพี่ๆ รับประทานอาหารเที่ยงบนโต๊ะอาหารปูผ้าอย่างสวย อร่อยสุดก็ไข่เจียวของตาย งานนี้มีเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องและรีวิวประกอบเพลงของน้อง 7 สาวชั้นประถมปลายที่ดูโปรเฟสชั่นเนลมากๆ ทั้งร้องทั้งส่าย ดูพลิ้วอย่างไม่มีเขินอาย น้องๆ บอกว่า ฝึกเต้นมาตั้งแต่อยู่ ป.5 และตระเวนประกวดมาแล้วหลายเวที
ช่วงบ่ายมีกิจกรรมให้น้องๆ วาดรูป หรือ พับกระดาษเป็น ส.ค.ส. แด่คนที่รัก หลายคนก็ไอเดียเก๋ พับกระดาษเป็นรูปหัวใจให้คุณแม่, วาดรูประบายสีให้พ่อ-แม่เลิกพฤติกรรมไม่เหมาะสม (คงจะเป็นให้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ล่ะมั๊ง) เล่นเอาพี่ๆ ขำให้ความตรงที่จริงใจของน้อง
สุดท้ายเป็นการมอบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง-ราชินีให้โรงเรียนบ้านห้วยเฮี๊ยะไว้ประดับบูชา มีน้องๆ ร่วมร้องเพลงพ่อของแผ่นดินเป็นสักขีพยาน บรรยากาศซาบซึ้งจนผอ.โมนา และ ม.ย.ร. มะลิ น้ำตาคลอ
ต้องขอบคุณทั้งสาวอ่อน สาวไม่อ่อน ที่มาร่วมบุญกันครั้งนี้ (โปรดสังเกต!! ไม่มีแมนคนไหนกล้ามาร่วมทริปกับพวกเราเลย คงจะต้องพยายามกันต่อไปนะจ๊ะ สาวๆ) Special thanks to “Super Jaew” ที่เป็นได้ทุกอย่างทั้งพิธีกร ช่างภาพ และ พระพี่เลี้ยงของนก+เล็ก โดยตามเก็บของตกหล่นของนกและตามให้กำลังใจเล็กตอนนั่งรถตู้ที่ส่ายไปมาตลอดทางอันคดโค้ง… และ thanks to (ลิ้น)จี่ เหรัญญิกที่ละเอียดสมบูรณ์แบบตลอดทริปของพวกเรา… เราออกจากโรงเรียนเกือบบ่าย 3 โมง เพื่อไปปางอุ๋ง จุดหมายที่ทุกคนรอคอย… ที่ฝ่าด่านอรหันต์ไปพักค้างคืนในปางอุ๋งได้นี่ก็ด้วยบารมีของปาน (พี่สาวตัวจริงของผู้พันแจ็ค) ที่เป็นผู้จัดการจองทั้งที่พัก อาหาร และ เจรจาต้าอ่วยตามด่านต่างๆ เพราะนักท่องเที่ยวหัวดำ outfit กรุงเท๊พ กรุงเทพ แน่นขนัดมากๆ ทั้งหมวกขนปุย ขนนก ขนแกะ ผ้าพันคอ พันตัว เดินกันขวักไขว่ ริมทะเลสาบคราคร่ำไปด้วยเต้นท์หลากสี แบบหายใจทีรดต้นคอเต้นท์ข้างๆ ได้… จะเรียกว่าโรแมนติกไปอีกแบบได้ไหมเนี่ย?? เนื่องจากทริปนี้สมาชิกมากหน้าหลายตาหลากอารมณ์ โมนาเลยเสนอไอเดียแบ่งนอนเป็น 2 บ้าน ตามประเภทดีกรีการดื่มและการสังคม บ้านเล็กสำหรับคนนอนเร็ว ไม่เน้นบันเทิงยามราตรี ส่วนบ้านใหญ่สำหรับคนบันเทิงเริงราตรีโดยเฉพาะน้องแป้มที่บอกว่า ‘ไม่มาว…ไม่มาว…’ ดวลดริ๊งค์กับพี่นกจนออกอาการ… รุ่งเช้า พี่นกก็เลยได้ยกระดับ กลายเป็น idol คนใหม่ของแป้มไปโดยปริยาย… ค่ำคืนที่ปางอุ๋ง อากาศหนาวสุดๆ พวกเราแต่งกายนอนเหมือนนอนบนเทือกเขาเอเวอร์เรสยังไงยังงั้น ขนาดจะลุกเข้าห้องน้ำตอนดึกยังไม่อยากจะโผล่ตัวออกมาจากที่นอน….. (to be continued)

Gossip โดย blooming P’ Wan; ภาพโดย Blooming Jaew & Blooming Mona

หัวใจบานเบ่ง ทีพัทลุง

blooming ฮาเฮ เที่ยวเล่นเมืองใต้ :)

Blooming heart Trip 9 - บ้านโอดนาดี อุบลฯ

blooming เที่ยวเล่น อุบลฯ

Blooming เที่ยว อุทัยฯ :)

blooming heart ณ โรงเรียนห้วยโศก อุท้ยธานี

หัวใจบานที่ นครศรีธรรมราช :)

blooming นอกเวลา (นครศรีธรรมราช)

หัวใจบาน ณ บ้านทรายทอง

blooming heart journey season I

Blooming heart Journey season 2

Blooming Heart : Journey to Pilok hill

Bl