blooming heart gang invites you to get involved

It's never too late to do something good for others...
Contribute in any way you can!

blooming heart ณ บ้านนาต๋ม ลำปางเจ้า

blooming มาเที่ยวเล่น

วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แอ่วแม่ฮ่องสอน ภาคจบ

12 ธันวาคม 52



ต่างตื่นกันตี 5 กว่า 6 โมง ปฏิบัติภารกิจที่นักท่องเที่ยวหัวดำทุกคนต้องทำ คือ ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตรงสะพาน โอ้โห! มืดฟ้ามัวดินจริงๆ เห็นแต่เงาดำๆ กับแสงแฟลชผลัดกัน แชะๆ ๆ แข่งกะหิ่งห้อย ไอ้ตอนจะขึ้นแพดูหงส์นี่สิ เหล่านักท่องเที่ยวก็มาออ จนแพที่รับน้ำหนักได้แค่ 8 คนเอียง โมนาเลยตั้งตัวเป็นเจ๊แจกบัตรคิวซะเลย
สายๆ เราก็ไปบ้านรักไทยกันต่อ กินอาหารจีนยูนนาน เดินเล่น ถ่ายรูป ซื้อของ มีบ้านดินสร้างเป็นร้านค้าน่ารักๆ ที่ถูกใจชาว blooming heart อันดับ 1 ก็ร้านที่มีขวดโหลของเชื่อมของดองของแห้งหลายสี เป็น prop อย่างดีให้พวกเราเข้าไปโพสท่าเก๋ๆ ได้อยู่นานสองนาน
ต่อด้วยการไปดูแกะที่โครงการพระราชดำริปางตอง ที่ให้ชาวบ้านเลี้ยงแกะเป็นอาชีพ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแกะแบบพอเพียง แกะส่วนใหญ่จะตัวมอม จะขาวจั๊วะก็เฉพาะแกะเด็กตัวโชว์ 2 ตัวที่อาบน้ำทุกเช้าเพื่อให้นักท่องเที่ยวอุ้มถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งจอยสาวรักสัตว์ก็ออกอาการแอบคิขุให้เห็นตอนป้อนอาหารและถ่ายรูปแบบหน้าชนหน้ากับเจ้าโมจิลูกแกะอายุ 3 อาทิตย์

เสร็จแล้วก็แวะทักทายกะเหรี่ยงคอยาวที่บ้านห้วยเสือเฒ่าก่อนถึงอ. เมือง และเข้าพักที่โรงแรมคุณป้าใจไม่รักบริการตามเดิม มื้อเย็นได้กินอาหารพื้นเมืองที่บ้านเพลง และเดินเล่นถนนคนเดิน จับจ่ายกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นโดยเฉพาะเจ้าแม่จี่ผู้กระจายรายได้ทุกที่ แล้วก็ good night ใต้ผ้านวมอย่างหนา เตียงเป็นเตียงซะที… แต่ยังมี 3 คนที่อารมณ์ครึ้มอยากสังสรรค์กันต่อ ฝ้าย จอย และยุรีเลยแจมกันไปฟังเพลงโฟล์คซองของหมู่เฮาจาวเหนือจนดึกดื่นเที่ยงคืน



13 ธันวาคม 52
วันสุดท้ายของทริปนี้ มีรถ 2 รอบสำหรับสมาชิกใจบุญแต่ต่างจริต รอบแรกก็คนตื่นเร็ว, ออกตัวเร็ว เพราะขาดอาหารเช้าไม่ได้อย่างพี่จุ๊บ รีบออกตั้งแต่ 8.30 น. ไปกินโจ๊กเสวยของแท้ที่ตลาดสายหยุด โจ๊กหมูสับใส่ขิงแสนอร่อย+ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ที่อร่อยและถูกแสนถูก เสร็จก็ขึ้นพระธาตุดอยกองมู ไปเวียนเทียนรอบพระธาตุ 2 องค์ด้วยดอกไม้ตามประเพณีที่ประดับด้วยไม้แทนสะพานก้าวข้ามอุปสรรค, ร่มให้ร่มเย็น, ธงมีธงชัย และอะไรอื่นๆ จำไม่หมด สรุปคือเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ

เสร็จก็ไปนั่ง hang out กันที่ร้าน coffee morning ร้านกาแฟน่ารักๆ สไตล์คนกรุงเทพฯ มาเปิด ป้ายร้าน รูปติดผนัง ชั้นหนังสือ โปสการ์ด เก้าอี้ ผนัง ก็กลายเป็นของแปลกที่ๆ บ้านไม่มี ต้องถ่ายรูปบันทึกความทรงจำกันเป็นการใหญ่ สีสันสดใสถูกใจป้าๆ มาก แล้วถึงได้ join กันทั้ง 2 กลุ่มอีกครั้งเพื่อไปวัดหัวเวียง กราบพระเจ้าพาราละแข่ง ที่ทำเลียนแบบพระพุทธรูปที่พม่า สวยงดงามมาก

ตอนแรกนึกว่าวันสุดท้ายจะเรื่อยๆ เอื่อยๆ ชิวๆ กัน ปรากฎป้าๆ ที่กายไม่พร้อมแต่ใจพร้อมทั้งหลายก็ set program ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วอย่างใจนึก (งานนี้คนชี้โพรงให้กระรอกยุรีและจี่ คือ ป้าจุ๊บนั่นเอง) เลยได้ไปถ้ำปลากันต่อ ดูปลาพลวงหินสีน้ำเงินที่ว่ายน้ำเบียดกันกินอาหารที่พวกเราซื้อเลี้ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะไข่ต้มเมนูโปรดของเหล่าปลาศักดิ์สิทธิ์หน้าถ้ำ

เสร็จภารกิจกิจกรรม ก็ไปต่อมื้อเที่ยงกันที่ร้านบ้านทรงไทย เมนูเด็ดร้านนี้คือข้าวซอย และของหวานที่อร่อยมากขนาดได้ลง นสพ. คือ มะเขือเทศเชื่อมในน้ำกะทิ โมนาจะปลื้มแค่ไหนต้องติดตามดูรูปใน FB ของแจ๋ว ใกล้เวลากลับกรุงเทพฯ โมนาก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมแพคน้ำเสาวรสครูอุไร เพื่อ load ขึ้นเครื่อง ยุรีสาวน้อยผู้อาทรเพื่อนร่วมทางเสมอก็ออกไอเดียขอซื้อ bubble จากคุณป้าร้านข้าวซอยมาห่อกันแตก ตาก็เหลือบไปเห็นอุปกรณ์การแพคที่คุณป้ามีอยู่บนเคาน์เตอร์อย่างมีแผน จึงเริ่มสวมวิญญานนักเขียนสัมภาษณ์คุณป้าจนสามารถทำให้คุณป้าหันมาบรรจงห่อขวดน้ำเสาวรสให้อย่างพิถีพิถันอย่างกับไวน์ขวดละหมื่นโดยไม่คิดเงิน โมนาซึ้งกับความใจดีของคุณป้าชาวไทยใหญ่เป็นอันมากจนต้องขอถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นที่ระลึก

เวลายังพอมี กลุ่มออกสายเลยได้แยกย้ายไปพระธาตุดอยกองมู ส่วนอีกคันไปแวะชมศูนย์ศิลปาชีพให้จี่ได้กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอีกวาระหนึ่ง คราวนี้ได้กระเป๋าคุณพิกุลและก็ใช้สะพายได้ในทันทีทันใด ตบท้ายด้วยการกลับไปรวมตัวกันที่ coffee morning ดื่มเครื่องดื่มก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและแฮปปี้กันถ้วนทั่วทุกคน ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกคนที่ทำให้ blooming heart trip ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ไม่อาจเอ่ยถึงทุกคนในบันทึกนี้ได้ แต่ก็หวังว่าจะเป็นทริปแห่งความทรงจำที่พวกเราจะได้มาทำบุญร่วมกันอีกครั้ง
See you again in 2010!

Gossip โดย blooming P’ Wan, ภาพโดย blooming Yuree & blooming Mona

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แอ่วแม่ฮ่องสอน ภาค 1


9 ธันวาคม 52
Blooming Heart Trip ครั้งสุดท้ายของปีนี้ จุดหมายของพวกเราคือ แม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรกที่สมาชิกอุ่นหนาฝาคั่งมากๆ สิริอายุรวมกันก็ปาเข้าไปเกือบ 600 ปี… วันแรกมี 13 คน คือ โมนา วรรณ พี่จุ๊บ พี่อุ๊ จี่ แจ๋ว นก เล็ก ยุรี จอย แนน พี่ไก๋ ฝ้าย และจะมีมาสมทบอีก 10 คน คือ ปานกับคิด และแป้ม + คณะ นึกดูแล้วกันเหมือนมาทัวร์พนักงานกันเลย แต่เป็นพนักงานไฮโซยี่ห้อมาแตร์ซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างงี้ต้องไม่ธรรมดา อาหารอร่อย รถแอร์เย็นฉ่ำ ที่นอนสุดหรู (ถุงนอนและผ้าห่มขนมาเองโดย city & FB girls)
หลังอิ่มอร่อยมื้อเที่ยงที่ร้านใบเฟิร์น โดยเฉพาะเห็ดหอมอบซีอิ๊วเมนูที่ทุกคนชื่นชอบ ก็แยกย้ายกัน แนน, พี่ไก๋, จอยและฝ้ายมุ่งหน้าไปปางอุ๋ง ส่วนที่เหลือลงใต้ไปอำเภอแม่สะเรียง ระหว่างทางไปแม่สะเรียงก็ผ่าน อ.ขุนยวม จากนั้นก็เริ่มทัวร์วัด เริ่มจากวัดแม่ปาง ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย อุโบสถวิจิตรและบันไดพญานาคก็สามารถทำให้หลายคนควักกล้องออกมาบริหารอารมณ์อันสุนทรีย์กันได้พอหอมปากหอมคอ

ต่อด้วยวัดศรีบุญเรือง อ.แม่สะเรียง ที่นี่ยิ่งได้ดีกรีบรรยากาศเหนือๆ เพิ่มขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ งานไม้ฉลุสีขาวบนหลังคาอุโบสถเรือนไม้ทั้งหลัง ร่มรื่นเย็นใจ เดินทะลุรั้วไปเป็นอีกวัดหนึ่ง ชื่อ วัดจองสูง มีเจดีย์มอญองค์ทองอร่าม พวกเราไปถึงตอนพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบองค์เจดีย์พอดี ยิ่งดูสวยเข้าไปอีก
วัดสุดท้าย คือ วัดจอมทอง มีพระพุทธรูปองค์โตขนาดคนลงไปนั่งแล้วสูงแค่ครึ่งเข่าขัดสมาธิของท่าน ที่นี่เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินค่อยๆ ลับไปที่หลังเทือกเขาที่เรียงรายเป็นแถว บรรยากาศดูดีมากๆ

จบวันด้วยการเช็คอินเข้าโรงแรม River House โรงแรมน่ารักๆ บรรยากาศเหนือๆ ด้วยเรือนไม้ริมแม่น้ำยวม และมื้อค่ำแสนอร่อยที่เรียงรายเข้าไปเรียงตัวในกระเพาะของพวกเราอย่างไม่เกรงใจ คืนแรกหลับฝันดีกันทุกคน เพราะมีช่อง 3 ชัดแจ๋วให้ป้าๆ เคลิ้มกับครูกุ๊ก พอดีตอนนี้ครูกุ๊กกำลังงอนอลินอย่างมาก โมนาบอกว่า พออลินร้องไห้ พี่วรรณก็ร้องไห้ตามทุกครั้ง โมนาฟ้องทุกคนว่าพี่วรรณนึกว่าตัวเองเป็นนางเอก

10 ธันวาคม 52
ผลสรุปจากเวลาที่พวกเราค่อยๆ เลื้อยลงมากินอาหารเช้า คือ ทุกคนเลือกนอนแทนตื่นตี 4 ไปกาดเช้าและใส่บาตร แหม! ก็การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดนี่นา

หลังมื้อเช้า เราได้ข้อสรุปว่า เพื่อแพนเค้ก โมนาต้องยอมแลกทุกอย่างทั้งไข่ดาว, ไส้กรอก, แฮม และ เบคอน
ก่อนออกเดินทาง เราเก็บภาพบรรยากาศที่พักและบริเวณโดยรอบเล็กน้อย จุดหมายแรกของวันนี้คือ พระธาตุอีก 3 แห่ง เพื่อเก็บให้ครบเป็น 4 เริ่มจากพระธาตุจอมมอญ เจดีย์สีทองทรงคว่ำที่มีพระพุทธรูป 4 ปางอยู่ที่ฐาน 4 ทิศ เดินวนขวาไหว้กันจนครบทุกทิศ…

พระธาตุจอมแจ้ง ที่วัดจอมแจ้ง ยิ่งตรงข้ามเป็นพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงอาคารไม้หลังงามก็สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอย่างเราควักอุปกรณ์เก็บภาพต่างๆ ออกมาใช้งาน แสดงท่าที่คิดว่าดูดีสุดๆ ของแต่ละคนกันอย่างสนุกสนาน ที่สุดท้ายคือ พระธาตุจอมกิตติ แต่คุณโชเฟอร์เกิดเลี้ยวผิดที่และก็เจอซ่อม-ปิดถนนอีกเลยต้องเว้นไปก่อน

เลยไปถึงไฮไลท์เด่นของวันนี้ คือ ล่องเรือหางยาวชมแม่น้ำสาละวินที่ อ.แม่สามแลบ อำเภอที่รักในหลวงของพวกเรา เพราะมีพระฉายาลักษณ์ใหญ่เป้งตรงบริเวณซุ้มตลาดนัด เราอิ่มมื้อเที่ยงแบบชาวชายแดนด้วยข้าวกะเพราไข่ดาว ไข่เจียว และ ไม่ไข่ แถมยังมีเมนูเด็ด คือ ต้มยำปลาสาละวินรสแซ่บ และ กุ้งแม่น้ำสาละวินชุบแป้งทอด ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันจนต้องให้คุณป้าเจ้าของร้านทำให้อีกเป็นจานที่สอง กุ้งตัวเล็กๆ มีมันที่หัว แต่ไม่จิ๋วแบบกุ้งฝอย เหยาะเกลือเล็กน้อย อร่อยล้ำแบบสาละวิน ไอ้ตอนลงเรือพวกเราก็กลายเป็นคณะตลกให้ชาวบ้านทั้งไทย, กะเหรี่ยง และ โรฮิงญา ดูขำๆ กับท่าทางเก้งๆ กังๆ เดินย่องๆ ย่อๆ ที่สันทรายข้างท่าเรือแม่สามแลบ อยากเห็นต้องเชิญดู FB จากคุณแจ๋วช่างภาพประจำทริปนี้
บ่ายแก่ๆ มุ่งหน้ากลับอำเภอเมือง ช่วงแรกๆ ก็ชิวๆ แต่จากขุนยวมถึงอำเภอเมืองนี่สิ ด้วยโค้งๆ ๆ ทั้งหลายทำเอาหลายคนมึนและเมาเอาการ กว่าจะได้กินมื้อเย็นก็ประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ต้องของคุณ 7-eleven มิตรแท้ริมทางของพวกเราสำหรับของว่างระหว่างทาง มื้อเย็นเป็นอาหารชุดที่ร้านไข่มุก ทุกคนรู้สึกไม่พึงพอใจเพราะความรู้สึกเป็นทัวร์ซิ่มไปหน่อย แต่โมนาบอกให้รีบกินจะได้ทันดูครูกุ๊ก

11 ธันวาคม 52
เริ่มวันที่สามด้วยโจ๊กหมูสามหมอก กะปาท่องโก๋ อุ่นท้องดี ก่อนมุ่งหน้าไปทำกิจกรรมสำคัญของทริปนี้ที่โรงเรียนบ้านห้วยเฮี๊ยะ อ.ปางมะผ้า ระยะทาง 80 กม.จาก อ.เมือง แต่ด้วยหนทางอันคดโค้งขึ้นเขานั้น ก็ล่อเข้าไป 2 ชั่วโมง มาถึงโรงเรียนก็ 10 โมง

น้องๆ ตื่นเต้นมารอพวกเราตั้งแต่เช้ามืดละมั๊ง เพราะพอเห็นรถตู้พี่ๆ มาก็วิ่งแจ้นมาต้อนรับเป็นการใหญ่ รถตู้คันแรกมาถึงก่อนอีก 2 คันที่มาถึงโรงเรียนเอาเกือบ 11 โมง เลยต้องเล่นเกมละลายพฤติกรรม ‘นั่ง-ยืน’ กับ ‘หัว-ไหล่-ตูด’ พอขำๆ นำโดยพี่แจ๋วพิธีกรจำเป็น เพราะทริปนี้พี่ไก๋พิธีกรเจ้าประจำต้องไปเป็นพริตตี้อยู่มอเตอร์โชว์


ต่อด้วยเกมเก้าอี้ดนตรีรอบเด็กจิ๋วอนุบาล และรอบเด็กประถม เพราะกลัวเจ้าตัวเล็กจะโดนพี่ตัวใหญ่ทับแบนเอา พอสมาชิก blooming heart รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติมากันครบ 21 คน ก็เริ่มเล่นเกมเต็มรูปแบบที่เตี๊ยมกันมา มีการนับคะแนนขึ้นกระดาน น้องๆ ส่วนใหญ่สนุกกับเกมลูกบอลติดหัว และตักน้ำสีกรอกใส่ขวดกันมาก ขนาดที่สีเหลืองของพี่เล็ก (เจ้าแม่แห่งเกมกรอกน้ำ) อยากจะขอขวดที่สองเพราะเจ้าแม่เล็กโค้ชน้องได้เก่งจริงๆ แต่มีน้องบางคนก็มีจุดยืนหนักแน่น พอบอกให้เล่นก็บอกคำเดียวว่า ‘ไม่ทำ’ บวกกับใบหน้าอันไร้อารมณ์ของเธอและเขา จนเราต้องเลิกง้อไปเลย ติดใจสุดก็น้องสุธิดาจอมอ้วนหน้าฟักทองที่อยู่สีน้ำเงิน เกมอะไรๆ ก็ไม่เล่น ถนัดสุดก็เห็นจะเป็นตอนยกจานข้าวที่มีไก่ทอด หมูทอด นี่แหละที่น้องดูทะมัดทะแมงสุด เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างชำนาญ
มื้อนี้น้องๆ ได้กินไอศกรีมด้วย ดูทุกคนมีความสุขมากเพราะเข้าแถวกัน 2 รอบเกือบทุกคน ตอนแรกเราก็อยากจะเข้าแถวด้วยแต่ก็อายน้องๆ เค้าน่ะ ได้แต่ถามก็ทราบว่าเป็นรสกะทิ
ระหว่างพี่ๆ รับประทานอาหารเที่ยงบนโต๊ะอาหารปูผ้าอย่างสวย อร่อยสุดก็ไข่เจียวของตาย งานนี้มีเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องและรีวิวประกอบเพลงของน้อง 7 สาวชั้นประถมปลายที่ดูโปรเฟสชั่นเนลมากๆ ทั้งร้องทั้งส่าย ดูพลิ้วอย่างไม่มีเขินอาย น้องๆ บอกว่า ฝึกเต้นมาตั้งแต่อยู่ ป.5 และตระเวนประกวดมาแล้วหลายเวที
ช่วงบ่ายมีกิจกรรมให้น้องๆ วาดรูป หรือ พับกระดาษเป็น ส.ค.ส. แด่คนที่รัก หลายคนก็ไอเดียเก๋ พับกระดาษเป็นรูปหัวใจให้คุณแม่, วาดรูประบายสีให้พ่อ-แม่เลิกพฤติกรรมไม่เหมาะสม (คงจะเป็นให้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ล่ะมั๊ง) เล่นเอาพี่ๆ ขำให้ความตรงที่จริงใจของน้อง
สุดท้ายเป็นการมอบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง-ราชินีให้โรงเรียนบ้านห้วยเฮี๊ยะไว้ประดับบูชา มีน้องๆ ร่วมร้องเพลงพ่อของแผ่นดินเป็นสักขีพยาน บรรยากาศซาบซึ้งจนผอ.โมนา และ ม.ย.ร. มะลิ น้ำตาคลอ
ต้องขอบคุณทั้งสาวอ่อน สาวไม่อ่อน ที่มาร่วมบุญกันครั้งนี้ (โปรดสังเกต!! ไม่มีแมนคนไหนกล้ามาร่วมทริปกับพวกเราเลย คงจะต้องพยายามกันต่อไปนะจ๊ะ สาวๆ) Special thanks to “Super Jaew” ที่เป็นได้ทุกอย่างทั้งพิธีกร ช่างภาพ และ พระพี่เลี้ยงของนก+เล็ก โดยตามเก็บของตกหล่นของนกและตามให้กำลังใจเล็กตอนนั่งรถตู้ที่ส่ายไปมาตลอดทางอันคดโค้ง… และ thanks to (ลิ้น)จี่ เหรัญญิกที่ละเอียดสมบูรณ์แบบตลอดทริปของพวกเรา… เราออกจากโรงเรียนเกือบบ่าย 3 โมง เพื่อไปปางอุ๋ง จุดหมายที่ทุกคนรอคอย… ที่ฝ่าด่านอรหันต์ไปพักค้างคืนในปางอุ๋งได้นี่ก็ด้วยบารมีของปาน (พี่สาวตัวจริงของผู้พันแจ็ค) ที่เป็นผู้จัดการจองทั้งที่พัก อาหาร และ เจรจาต้าอ่วยตามด่านต่างๆ เพราะนักท่องเที่ยวหัวดำ outfit กรุงเท๊พ กรุงเทพ แน่นขนัดมากๆ ทั้งหมวกขนปุย ขนนก ขนแกะ ผ้าพันคอ พันตัว เดินกันขวักไขว่ ริมทะเลสาบคราคร่ำไปด้วยเต้นท์หลากสี แบบหายใจทีรดต้นคอเต้นท์ข้างๆ ได้… จะเรียกว่าโรแมนติกไปอีกแบบได้ไหมเนี่ย?? เนื่องจากทริปนี้สมาชิกมากหน้าหลายตาหลากอารมณ์ โมนาเลยเสนอไอเดียแบ่งนอนเป็น 2 บ้าน ตามประเภทดีกรีการดื่มและการสังคม บ้านเล็กสำหรับคนนอนเร็ว ไม่เน้นบันเทิงยามราตรี ส่วนบ้านใหญ่สำหรับคนบันเทิงเริงราตรีโดยเฉพาะน้องแป้มที่บอกว่า ‘ไม่มาว…ไม่มาว…’ ดวลดริ๊งค์กับพี่นกจนออกอาการ… รุ่งเช้า พี่นกก็เลยได้ยกระดับ กลายเป็น idol คนใหม่ของแป้มไปโดยปริยาย… ค่ำคืนที่ปางอุ๋ง อากาศหนาวสุดๆ พวกเราแต่งกายนอนเหมือนนอนบนเทือกเขาเอเวอร์เรสยังไงยังงั้น ขนาดจะลุกเข้าห้องน้ำตอนดึกยังไม่อยากจะโผล่ตัวออกมาจากที่นอน….. (to be continued)

Gossip โดย blooming P’ Wan; ภาพโดย Blooming Jaew & Blooming Mona

วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Blooming Heart ภาคสอง ณ บ้านทรายทอง

Blooming Trip # 2 (2nd Year) : ประจวบคีรีขันธ์ 4 - 6 กันยายน 2552
จุดหมายของการเดินทางใน Trip#2 นี้พวกเราต้องการจะล่องใต้บ้าง เหล่าสมาชิก Blooming Stars จึงได้เลือก โรงเรียนบ้านทรายทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ (หลังจากเถียงกันอยู่นานว่าประจวบฯ อยู่ภาคไหนของประเทศ???) ภารกิจในทริปนี้รวม 3 วันด้วยกัน




Day 1 : นัดกันที่คอนโดพี่แนน (ฐานที่ตั้ง ที่ทำการหน่วยงาน Blooming Heart (หมือน GI. Joe) แต่เราคือ B.M. Nan) ตั้งแต่เวลา 8.00 – 9.00 ตามแต่ความตรงต่อเวลาของแต่ละคน แต่ที่ออกจริงคือ 9 โมงกว่าๆ เพราะแวะถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันบริเวณใต้คอนโดอย่างสนุกสนานจนเกือบลืมภารกิจหลัก คราวนี้ขบวนรถร่วมกิจกรรมมหาบุญ มหากุศล 3 คันด้วยกัน โดยแบ่งสมาชิกออกตามความเหมาะสม คันแรก รถวัยรุ่น มี พี่ศิ,แป้ม, จ.จ.+จ. (เจ้าแจ๋ว + พี่จั้วะ สมาชิกใหม่ ที่มีความมุ่งมั่นในการหาสารพัดอุปกรณ์กันแดด คือพี่เล็ก นั่นเอง) คันที่ 2 รถผู้บริหาร (Executive) มี พี่บี , พี่กี้ (เจ้าพี่กี้), พี่ด.ส. (พี่เดือนสวย ตั้งเองเสร็จสรรพ) และพี่แคท ที่แอบหนีลูกๆ และสามีฝาหรั่งมาทำกิจกรรมอีกรอบ (ติดใจจากทริปกาญจนบุรี) คันสุดท้าย รถวัยเกือบรุ่น นำโดย พี่แนน, พี่จอย, พี่ปอง, พี่ติงลี่ และพี่โมนา ซึ่งคราวนี้พวกเรามีอุปกรณ์สื่อสาร Hi-Tech คือ Walkie Talkie ไฮโซมากๆ ของพี่แนนใช้ในการติดต่อระหว่างรถ แต่พอใช้จริงก็มีปัญหา เนื่องจากอุปกรณ์นี้ใช้ได้อย่างจำกัด หากขับรถเร็ว หรือห่างไกลเกินไปจะรับสัญญาณไม่ได้ ประกอบกับผู้ใช้ที่มิได้อ่านคู่มืออย่าง ด.ส. (เดือนสวย) จึงทำให้การประสานงานลำบากมากขึ้น ก็เริ่มหลงกันเลยตั้งแต่ลงทางด่วน . . . เฮ้อ
จุดแรกที่เราแวะย้อมใจกันก่อนไปทำบุญ คือร้านขนมน้ำแข็งสุดอร่อย “โอวทึ้ง” ที่เพชรบุรี อร่อยมากๆ เลย ดูจากรูปประกอบได้ ออกจากร้านโอวทึ้งโดยยังอิ่มอยู่นิดหน่อย แต่เราก็ต้องกินข้าวเที่ยงที่ร้าน “แจ๋ว” (ไม่ใช่ร้านของพี่แจ๋วนะจ๊ะ แต่เป็นชื่อเดียวกัน) ได้ป้ายเชลล์ชวนชิมด้วยเน้อ อร่อยดี แต่ส่วนใหญ่สั่งปลาหมึกเยอะมากมื้อนั้น ทำเอาปลาหมึกเกือบหมดทะเลไทยเลยและทำให้เราเบื่อปลาหมึกไปอีกหลายมื้อ รับประทานอาหารอร่อยเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางเข้าที่พัก ณ อุทยานหาดวณกร กรมป่าไม้ ตอนแรกวางแผนจะนั่งเรือไปเที่ยวเล่นที่เกาะจาน แต่ปัญหาคือ ตอนบ่ายคลื่นลมแรงเรือออกไม่ได้ (ขนาดเรารีบเต็มที่แล้วนะเนี่ย) ก็เลยพักผ่อน เล่นน้ำหน้าบ้านพักตามอัธยาศัย พอเข้าบริเวณห้องพักกิจกรรมหลักจะเป็น การไล่จิ้งจก โดยเจ้าแจ๋ว และจอยเป็นกำลังหลัก ส่วนกองเชียร์ คือพี่จั้วะ
ตอนเย็นกินข้าวมื้อเย็นที่ร้าน “กบ ซีฟู้ด” ฟังชื่อแล้วนึกว่ามีกบทอดกระเทียม แต่เสียใจไม่มี ก็บอกแล้วว่าซีฟู้ด คนขายเน้นเสียงว่าซีฟู้ดดดด ก็ต้องเข้าใจว่าไม่มีกบทอดแน่ๆ

Day 2 : วันนี้ทุกคนตื่นนอนกันแต่เช้า หลังจากทานอาหารเช้าที่อุทยาน (ที่พี่ติงลี่บอกว่าอร่อยที่สุด) ก็ออกเดินทางไปโรงเรียนตอน 8 โมงนิดหน่อย ถึงโรงเรียนประมาณ 10 โมงกว่า โดยมีพี่ๆ ที่ใจบุญเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสมทบกันอีก คือพี่แก้ว (พร้อมยายบุญ),พี่ปอ,พี่แพร (ปรารถนา เพื่อนห้องศิลป์คำนวณของพี่ๆ) และครอบครัว และพี่แจ๊คผู้ใจดี ขับรถขึ้นมาจากชุมพร พร้อมสนับสนุนไอศกรีมมาเป็นถัง หลังจากขนของลงจากรถเสร็จ ก็เริ่มพิธีการโดยพี่โมนา เริ่มกล่าวเปิดเอง และมอบของให้กับทางโรงเรียนโดยตัวแทนจาก Blooming Gang ซึ่งคราวนี้พิเศษ คือนอกจากจะมีหนังสือแล้ว ยังมีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้กับโรงเรียนอีกด้วย มีกล้องจุลทรรศน์ ด้วยนะ (ตอนเด็กๆ จำได้ว่าเคยแต่ปลูกถั่วงอก ไม่เคยส่องกล้องจุลทรรศน์มาก่อนเลยแฮะ) หลังจากพิธีการก็เริ่มทำกิจกรรมกันเลยโดยพี่ไก๋ เจ้าแม่พิธีกร โดยเริ่มจากการแบ่งสีกันก่อน และต่อด้วยกิจกรรมละลายพฤติกรรม นั่ง-ยืน และหัว-ไหล่-ตูด แบ่งเป็นเด็กๆ เป็น 2 กลุ่มคือ อนุบาล-ป.1 และ ป. 2-6 ใครทำผิดต้องออกไปเต้นเพลงประจำชาติ (เพลงไก่ย่าง ที่ทุกโรงเรียนในประเทศไทยร้องได้หมดไม่ว่าไปจังหวัดไหน .. งง) ต่อด้วยการเล่นเกมส์เก้าอี้ดนตรี ที่น้องๆ ไม่ฟังเพลงเลย จะมองแต่ตอนที่พี่ศิเป่านกหวีด เกมส์ต่อมาเป็นเกมประคองบอลลงตะกร้า ที่ได้รับความนิยมจากน้องๆ โดยพี่แจ๊คพี่สีเขียวเชียร์น้องออกนอกหน้ากันเลยทีเดียว เกมส์ต่อมาเป็นเกมส์ตักน้ำใส่ขวด ที่น้องๆ ทุกคนตั้งใจมากจนสีเหลือง ที่นำโดยพี่จั้วะ ,พี่แก้ว,พี่แจ๋ว ตักได้เกือบเต็มขวด ในขณะที่สีชมพูก็น้อยจนค่อนขวด นำโดยพี่แนน และพี่ด.ส. ช่างแตกต่างกันจริงๆ ไม่แน่ว่ามาจากพี่สีที่มัวแต่ต้องคอยเฝ้าของไปด้วยหรือเปล่า
พอเสร็จจากการเล่นเกมส์ก็ให้น้องๆ พักทานอาหารเที่ยง ซึ่งก็ได้เชิญผู้ปกครองที่มาทานด้วยเนื่องจากมีผู้ปกครองมาส่งน้องๆ กันเยอะ (ลืมบอกไปว่าโรงเรียนนี้ดูจะมีเด็กพิเศษมาเรียนกันหลายคน น้องบางคนก็นั่งรถเข็น, บางคนก็ดูมีพัฒนาการช้า บางคนก็ดูเหมือนจะไฮเปอร์ แต่น้องทุกคนก็ดูสนุกสนานและตั้งใจกับการเล่นเกมส์ดี) ช่วงสุดท้ายพี่โมนานำน้องๆ ทำกิจกรรมวาดรูประบายสี หรือเขียนความในใจที่อยากจะทำอะไรให้คนที่น้องๆ รักบ้าง โดยพี่โมนาก็จะเลือกรูปและข้อความที่น่าสนใจมาอ่านให้ฟัง มีน้องบางคนเขียนถึงกลุ่ม Blooming ด้วยทำเอาพี่ๆ ปลาบปลื้มสุดๆ ไปเลย


หลังจากนั้นก็ประกาศคะแนน และมอบของรางวัลกันไป ตามสี และแจกกระเป๋าที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เครื่องเขียน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และขนมต่างๆ (กระเป๋าผ้าแสนสวย อภินันทนาการจากพี่ผึ้งเพื่อนนิเทศน์ของพี่ฝ้าย และขนมจากพี่ชมพู่ เพื่อนพี่แจ๋ว) และมอบของยังชีพ (กาละมัง,ผงซักฟอก,สบู่,แชมพู,อาหารแห้ง,นม,. . . ) ให้เด็กๆ ที่มีฐานะทางบ้านยากจนกว่าคนอื่นๆ โดยทางโรงเรียนคัดเลือกมาให้จำนวน 3 คนด้วย
สุดท้ายและท้ายสุด กิจกรรมที่สำคัญคือ ร้องเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน” เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของเราชาวไทย และมอบพระฉายาลักษณ์ของในหลวง และพระราชินีให้โรงเรียน เพื่อติดไว้ที่โรงเรียน และใช้ทำกิจกรรมในวันพ่อ วันแม่ ต่อไป ยังความปลาบปลื้มน้ำตาซึม(หรือร้องออกมาเลยก็ไม่แน่ใจ) มายังพี่แนน ที่ถือรูปอยู่ และพี่โมนา ที่ยืนเคียงข้างกัน เด็กๆ ร้องเพลงกันได้อย่างพร้อมเพรียง และดังกันอย่างเต็มที่
จบจากกิจกรรมก็ประมาณเกือบบ่าย 2 ไปหาข้าวกลางวันทานกันต่อ ที่ร้าน “ลมทะเล” เป็นร้านอาหารอร่อย แต่นานข้ามชาติเลย อาหารนานมากๆ แล้วพวกเราเหล่า Blooming Girl gang ก็รีบเดินทางกลับมาที่หัวหิน มาพำนัก ณ บ้านเฉลียงลม อภินันทนาการที่พักจากเจ้าพี่กี้ (พวกเราเหล่าคณะ Blooming ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยเจ้าค่ะ) และไปทานอาหารค่ำ Italian ที่ร้าน La Villa หลังจากนั้นไปเดินเล่นที่ตลาดหัวหิน และกลับวังพี่กี้เล่นเกมส์ Monopoly พร้อมๆ กับสนทนาธรรม (นำโดยพี่กี้) จนถึงเกือบตี 3 ถึงเข้านอน


Day 3 : เช้าแล้วทุกคนตื่นนอนกันแต่เช้า (ไม่มาก) ไปเล่นน้ำกันที่สระว่ายน้ำ โดยมีพี่โมนาและพี่บีผู้เสียสละออกไปซื้ออาหารเช้ามาให้ทานกัน เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เล่นปิงปอง และทุกกิจกรรมที่มีจนหมด ก็เริ่มเดินทางกลับ อาหารเที่ยงมื้อนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ด “ร้านนายปิว” และแวะถ่ายรูปเล่นที่ "เพลินวาน" ที่คนมาเยอะมากจนอาคารเกือบถล่ม แต่ก็ได้รูปงามสมใจกันทุกคน

กลับถึงคอนโดพี่แนน ประมาณ 1 ทุ่มได้ ภารกิจที่ 2 ของปีก็ลุล่วงไปด้วยดี ก็ขออนุโมทนาบุญเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่ช่วยสนับสนุนบริจาคข้าวของ และอุปการคุณในการอุดหนุนสินค้าของ Blooming Heart ด้วยนะคะ

แล้วพบกันอีกครั้งในกิจกรรมสุดท้ายของปี 2552 ที่แม่ฮ่องสอน เดือนธันวาคมนี้ แน่นอน . . . น
Blooming ป้อมแป้ม รายงาน

วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ความรู้สึกของน้องๆ











หลังจากกลับมาจากกาญจนบุรีไม่กี่อาทิตย์ ทางโรงเรียนบ้านวังกระแจะก็ได้ส่งเรียงความบรรยายความรู้สึกของน้องๆ ชั้นต่างๆ มาให้... พี่ๆ ทุกคนอ่านแล้วชื่นใจ + หัวใจบานจริงๆ ^_^

หัวใจบานเบ่ง ทีพัทลุง

blooming ฮาเฮ เที่ยวเล่นเมืองใต้ :)

Blooming heart Trip 9 - บ้านโอดนาดี อุบลฯ

blooming เที่ยวเล่น อุบลฯ

Blooming เที่ยว อุทัยฯ :)

blooming heart ณ โรงเรียนห้วยโศก อุท้ยธานี

หัวใจบานที่ นครศรีธรรมราช :)

blooming นอกเวลา (นครศรีธรรมราช)

หัวใจบาน ณ บ้านทรายทอง

blooming heart journey season I

Blooming heart Journey season 2

Blooming Heart : Journey to Pilok hill

Bl