หัวใจบานทริปที่สองนี้อยู่ที่ จ.สุรินทร์ในวันที่ 10 -12 ตุลาคม 2551 สต๊าฟหน้าเดิมที่ไปก็คือ แน้นแหน่น
(วัลลภินทร์) โมนา จอย (สดุดี) จุ๊บ (พริบพันดาว) และเพื่อนร่วมโครงการ พี่ไก๋ ฝ้าย และน้องแป้ม และแขกรับเชิญพิเศษสำหรับทริปนี้คือ เดือน (สุรัชนิศ) ที่เราเลือก จ.สุรินทร์มีมาจากหลายสาเหตุนอกจากต้องการไปจังหวัดในอีสานแล้ว สาเหตุสำคัญก็คือการไปเยี่ยม “แอ้ว ศิวาภรณ์” ที่ได้โยกย้ายไปมีครอบครัวอยู่ที่นี่
ในวันแรกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงเช้า แวะทานเกี๊ยวร้อยปีที่อ.เสาไห้ จ.สระบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่อีสาน ก่อนที่จะเข้าจ.สุรินทร์ต้องข้าม จ.บุรีรัมย์เสียก่อนเราจึงได้แวะเที่ยว ปราสาทเมืองต่ำ - สถานท่องเที่ยวขึ้นชื่อ จริงๆ ได้ข้ามปราสาทพนมรุ้ง ที่เลื่องชื่อกว่าที่ไม่ห่างกันนักไป (เพราะโมนาบอกว่าสวยไม่เท่า..ไม่รู้จริงเปล่า) จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่สุรินทร์จริงๆ กว่าจะถึงก็ช่วงเย็นๆ แม่เลี้ยงแอ้วมาต้อนรับที่โรงแรมที่พัก (เดือนบอกว่าแอ้วแต่งงานที่โรงแรมนี้ด้วย) พร้อมพาไปทานอาหารค่ำ จากนั้นก็พาไปที่บ้านแอ้วเพื่อไปช่วยกันจัดของที่จะแจกเด็กๆ ในวันรุ่งขึ้น
ไปถึงบ้านแอ้ว ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างตื่นเต้นจากเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันสามหนุ่ม (ไม่รวมพ่อเด็กซึ่งก็หนุ่มเหมือนกัน) น้องธีร์ น้องทิม และน้องธาม (คนนี้เดือนบอกว่าหน้าเหมือนสนูปปี้!) ขอบอกว่าลูกๆ แอ้วน่ารักมาก มาช่วยจัดของกันขมีขมัน ไม่มีตื่นกลัวน้าๆ เลย เป็นเจ้าบ้านที่น่ารักจริงๆ
วันรุ่งขึ้นเรามีนัดกับที่ โรงเรียนบ้านโสกแดง อ.สนม จ.สุรินทร์ ไว้ประมาณสิบโมงครึ่ง ออกจากโรงแรมไปรับแอ้วและน้องธีร์ (เด็กๆ อีกสองคนแอ้วส่งไปเรียนพิเศษภาษาไทย! ย้ำเรียนภาษาไทย ไม่ใช่คณิต วิทย์ ศิลปะ ดนตรี) ออกจาก อ.เมือง ไปยัง อ.สนม เป็นระยะทาง 53 ก.ม. แต่ทางเข้าโรงเรียนเป็นทางซับซ้อน มีหลายแยกหลายซอยมาก เราขับรถหลงทางกันอยู่พักใหญ่ๆ กว่าจะไปถึงโรงเรียนก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว
เห็นป้ายโรงเรียนดูใหญ่โตเป็นกำแพงปูนสีขาวใหญ่ แต่พอเลี้ยวเข้าไปในตัวโรงเรียนเห็นเรือนไม้สองชั้นอยู่แถวหนึ่ง และอาคารปูนเป็นห้องและใต้ถุนอยู่ตรงกลาง บริเวณนี้เราเห็นผู้เฒ่าผู้แก่นั่งกันเต็มใต้ถุนราวกับว่าจะมีงานประจำปีของโรงเรียน เมื่อลงไปทักทายและได้รับการต้อนรับจากครูใหญ่ และบรรดาคณะกรรมการการศึกษาของโรงเรียนแล้ว ก็ได้รับการแนะนำว่าคุณยายเหล่านั้นเป็นผู้ปกครองของเด็กๆ ทั้งหลาย (ชาวอีสานส่วนใหญ่พ่อแม่มักทิ้งลูกหลานไว้ให้ตายายเลี้ยง และเข้ามาทำงานในกทม.) เป็นภาพที่น่าประทับใจมากคุณยายนั่งพับเพียบเรียบร้อยกันอยู่เต็มลาน หลังจากนั้นเรามอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา หนังสือต่างๆ ให้กับโรงเรียน และทำความรู้จักกับเด็กๆ จำนวน 74 คน (นักเรียนมากันครบไม่มีขาดเลย) แล้วก็เราก็แบ่งเด็กๆ ออกเป็นกลุ่มสีเพื่อความเป็นระเบียบเพื่อแจกไอติมวอลล์กินให้ชื่นใจกันก่อน เด็กๆ รวมทั้งผู้เฒ่าผู้แก่นั่งกินไอติมกันยิ้มแย้ม (ไอติม) หยดย้อย หลังจากนั้นเนื่องจากเรามาถึงเกือบถึงช่วงเที่ยงแล้ว จึงให้เด็กๆ ไปทานอาหารกลางวันก่อนมาทำกิจกรรมร่วมกัน
เราได้เห็นภาพเด็กๆ เดินถือถุงก้อบแก้บเดินเรียงแถวกันไปโรงอาหารที่เป็นศาลาไม้สูงๆ สิ่งที่เด็กๆ หยิบออกมาจากถุงก้อบแก้บเป็นชาม และช้อนสำหรับทานข้าวที่เอากันมาเองจากบ้าน ส่วนใหญ่เป็นชามและช้อนสังกะสีมีสภาพไม่ค่อยแตกต่างกันนักในแต่ละคน คือเป็นอุปกรณ์เราเห็นกันแล้วเกิดความรู้สึกเดียวกัน(เมื่อมาคุยกันในภายหลัง) ว่าขอพี่ซื้อชามหลุมให้น้องๆ ใหม่เถิด (เรื่องนี้แม่เลี้ยงแอ้วขออาสาจัดส่งมาให้) โรงเรียนจัดอาหารพิเศษ (ตามที่เราร้องขอ) ใส่ชามให้ทานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ มีน้ำดื่มจากอีซูซุ และขนมจาก S&P ให้ทั้งเด็กๆ และคุณยายทุกคน โดยมีน้องธีร์ช่วยเดินแจกให้อย่างครบถ้วน (แม่เขาเลี้ยงลูกมาดีจริงๆ ขอชม ธีร์ทำได้อย่างไม่มีเคอะเขินและอ่อนน้อมมาก)
หลังจากอิ่มหนำสำราญทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพี่ๆ แล้ว ก็มารวมตัวกันที่ใต้ถุนเพื่อเริ่มทำกิจกรรม พี่ไก๋เป็นผู้นำเกมส์ตามเดิม มีพี่สีดูแลน้องๆ 6 สีด้วยกัน เหลือง-จุ๊บ เขียว- ฝ้าย ชมพู-แอ้ว ม่วง-เดือน ฟ้า-โมนา ส้ม-แนน ส่วนจอยเป็นผู้จัดเตรียมเกมส์ต่างๆ มีทั้งเกมส์ลูกโป่งระเบิด เกมส์สามัคคีประคองบอล เกมส์ปาลูกบอลลงตะกร้า เกมส์เดินเปี้ยว-เป่าแป้ง เป็นที่สนุกสนานทั้งผู้เล่น และผู้เชียร์ (คุณยายๆ ผู้ปกครอง)
หลังจากเล่นเกมส์กันจนเหน็ดเหนื่อย ก็เป็นการแจกรางวัล ชุดนักเรียน และกระเป๋าของขวัญ (เครื่องเขียน-อภินันทนาการจากเตียวฮง หนังสือธรรมะ-แนน และอื่นๆ ที่ซื้อจากเงินบริจาคของเพื่อนๆ) ให้กับน้องๆ ทุกคน และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน 3 คนพิเศษ (คนละ 1,000 บาท คือ ด.ช. อังกอร์ ที่มีแม่ติดเชื้อ
ในวันแรกเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงเช้า แวะทานเกี๊ยวร้อยปีที่อ.เสาไห้ จ.สระบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่อีสาน ก่อนที่จะเข้าจ.สุรินทร์ต้องข้าม จ.บุรีรัมย์เสียก่อนเราจึงได้แวะเที่ยว ปราสาทเมืองต่ำ - สถานท่องเที่ยวขึ้นชื่อ จริงๆ ได้ข้ามปราสาทพนมรุ้ง ที่เลื่องชื่อกว่าที่ไม่ห่างกันนักไป (เพราะโมนาบอกว่าสวยไม่เท่า..ไม่รู้จริงเปล่า) จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่สุรินทร์จริงๆ กว่าจะถึงก็ช่วงเย็นๆ แม่เลี้ยงแอ้วมาต้อนรับที่โรงแรมที่พัก (เดือนบอกว่าแอ้วแต่งงานที่โรงแรมนี้ด้วย) พร้อมพาไปทานอาหารค่ำ จากนั้นก็พาไปที่บ้านแอ้วเพื่อไปช่วยกันจัดของที่จะแจกเด็กๆ ในวันรุ่งขึ้น
ไปถึงบ้านแอ้ว ได้รับการต้อนรับด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างตื่นเต้นจากเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันสามหนุ่ม (ไม่รวมพ่อเด็กซึ่งก็หนุ่มเหมือนกัน) น้องธีร์ น้องทิม และน้องธาม (คนนี้เดือนบอกว่าหน้าเหมือนสนูปปี้!) ขอบอกว่าลูกๆ แอ้วน่ารักมาก มาช่วยจัดของกันขมีขมัน ไม่มีตื่นกลัวน้าๆ เลย เป็นเจ้าบ้านที่น่ารักจริงๆ
วันรุ่งขึ้นเรามีนัดกับที่ โรงเรียนบ้านโสกแดง อ.สนม จ.สุรินทร์ ไว้ประมาณสิบโมงครึ่ง ออกจากโรงแรมไปรับแอ้วและน้องธีร์ (เด็กๆ อีกสองคนแอ้วส่งไปเรียนพิเศษภาษาไทย! ย้ำเรียนภาษาไทย ไม่ใช่คณิต วิทย์ ศิลปะ ดนตรี) ออกจาก อ.เมือง ไปยัง อ.สนม เป็นระยะทาง 53 ก.ม. แต่ทางเข้าโรงเรียนเป็นทางซับซ้อน มีหลายแยกหลายซอยมาก เราขับรถหลงทางกันอยู่พักใหญ่ๆ กว่าจะไปถึงโรงเรียนก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว
เห็นป้ายโรงเรียนดูใหญ่โตเป็นกำแพงปูนสีขาวใหญ่ แต่พอเลี้ยวเข้าไปในตัวโรงเรียนเห็นเรือนไม้สองชั้นอยู่แถวหนึ่ง และอาคารปูนเป็นห้องและใต้ถุนอยู่ตรงกลาง บริเวณนี้เราเห็นผู้เฒ่าผู้แก่นั่งกันเต็มใต้ถุนราวกับว่าจะมีงานประจำปีของโรงเรียน เมื่อลงไปทักทายและได้รับการต้อนรับจากครูใหญ่ และบรรดาคณะกรรมการการศึกษาของโรงเรียนแล้ว ก็ได้รับการแนะนำว่าคุณยายเหล่านั้นเป็นผู้ปกครองของเด็กๆ ทั้งหลาย (ชาวอีสานส่วนใหญ่พ่อแม่มักทิ้งลูกหลานไว้ให้ตายายเลี้ยง และเข้ามาทำงานในกทม.) เป็นภาพที่น่าประทับใจมากคุณยายนั่งพับเพียบเรียบร้อยกันอยู่เต็มลาน หลังจากนั้นเรามอบอุปกรณ์การเรียน กีฬา หนังสือต่างๆ ให้กับโรงเรียน และทำความรู้จักกับเด็กๆ จำนวน 74 คน (นักเรียนมากันครบไม่มีขาดเลย) แล้วก็เราก็แบ่งเด็กๆ ออกเป็นกลุ่มสีเพื่อความเป็นระเบียบเพื่อแจกไอติมวอลล์กินให้ชื่นใจกันก่อน เด็กๆ รวมทั้งผู้เฒ่าผู้แก่นั่งกินไอติมกันยิ้มแย้ม (ไอติม) หยดย้อย หลังจากนั้นเนื่องจากเรามาถึงเกือบถึงช่วงเที่ยงแล้ว จึงให้เด็กๆ ไปทานอาหารกลางวันก่อนมาทำกิจกรรมร่วมกัน
เราได้เห็นภาพเด็กๆ เดินถือถุงก้อบแก้บเดินเรียงแถวกันไปโรงอาหารที่เป็นศาลาไม้สูงๆ สิ่งที่เด็กๆ หยิบออกมาจากถุงก้อบแก้บเป็นชาม และช้อนสำหรับทานข้าวที่เอากันมาเองจากบ้าน ส่วนใหญ่เป็นชามและช้อนสังกะสีมีสภาพไม่ค่อยแตกต่างกันนักในแต่ละคน คือเป็นอุปกรณ์เราเห็นกันแล้วเกิดความรู้สึกเดียวกัน(เมื่อมาคุยกันในภายหลัง) ว่าขอพี่ซื้อชามหลุมให้น้องๆ ใหม่เถิด (เรื่องนี้แม่เลี้ยงแอ้วขออาสาจัดส่งมาให้) โรงเรียนจัดอาหารพิเศษ (ตามที่เราร้องขอ) ใส่ชามให้ทานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ มีน้ำดื่มจากอีซูซุ และขนมจาก S&P ให้ทั้งเด็กๆ และคุณยายทุกคน โดยมีน้องธีร์ช่วยเดินแจกให้อย่างครบถ้วน (แม่เขาเลี้ยงลูกมาดีจริงๆ ขอชม ธีร์ทำได้อย่างไม่มีเคอะเขินและอ่อนน้อมมาก)
หลังจากอิ่มหนำสำราญทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพี่ๆ แล้ว ก็มารวมตัวกันที่ใต้ถุนเพื่อเริ่มทำกิจกรรม พี่ไก๋เป็นผู้นำเกมส์ตามเดิม มีพี่สีดูแลน้องๆ 6 สีด้วยกัน เหลือง-จุ๊บ เขียว- ฝ้าย ชมพู-แอ้ว ม่วง-เดือน ฟ้า-โมนา ส้ม-แนน ส่วนจอยเป็นผู้จัดเตรียมเกมส์ต่างๆ มีทั้งเกมส์ลูกโป่งระเบิด เกมส์สามัคคีประคองบอล เกมส์ปาลูกบอลลงตะกร้า เกมส์เดินเปี้ยว-เป่าแป้ง เป็นที่สนุกสนานทั้งผู้เล่น และผู้เชียร์ (คุณยายๆ ผู้ปกครอง)
หลังจากเล่นเกมส์กันจนเหน็ดเหนื่อย ก็เป็นการแจกรางวัล ชุดนักเรียน และกระเป๋าของขวัญ (เครื่องเขียน-อภินันทนาการจากเตียวฮง หนังสือธรรมะ-แนน และอื่นๆ ที่ซื้อจากเงินบริจาคของเพื่อนๆ) ให้กับน้องๆ ทุกคน และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน 3 คนพิเศษ (คนละ 1,000 บาท คือ ด.ช. อังกอร์ ที่มีแม่ติดเชื้อ
เอชไอวี, ด.ช. วุฒิพงศ์ ที่พ่อแม่แยกทางกัน เลยต้องไปอยู่กับย่าหรือยาย แล้วแต่ใครจะว่างเลี้ยง และด.ญ. อีกคนที่แม่มีหลายสามีและมีลูกเยอะ) กินไอติมแก้เหนื่อยกันอีกครั้ง (ขอบอกว่าแจกไอติมกันไม่มียั้ง ชอบใจทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่) จากนั้นผู้อำนวยการ ร.ร. และตัวแทนของน้องๆ มากล่าวขอบคุณ และมอบของที่ระลึกเป็นหมอนขิด เอกลักษณ์ของชาวอีสาน และถ่ายรูปร่วมกัน เป็นการจบกิจกรรมกันอย่างม่วนชื่น ประทับใจกันถ้วนหน้าเด้อ...
ป.ล.ทริปนี้ขอขอบคุณการต้อนรับอย่างดีจากแม่เลี้ยงแอ้วและครอบครัว พากินอาหารอร่อยของสุรินทร์
ป.ล.ทริปนี้ขอขอบคุณการต้อนรับอย่างดีจากแม่เลี้ยงแอ้วและครอบครัว พากินอาหารอร่อยของสุรินทร์
ทุกมื้อ พร้อมทั้งข้าวหอมมะลิจากโรงสีไฟสินอุดม ที่อร่อย อร่อย อร่อยมาก และเดือน - แขกรับเชิญพิเศษประจำทริป!
๒ ความคิดเห็น:
ทำไมไม่ใส่เสื้อหัวใจบานกันทุกคนล่ะ
ประทับใจโรงเรียนนี้มาก เด็กๆน่ารัก ยิ่งเล่นเกมส์ส่งลูกบอลยิ่งน่ารัก แล้วยังมีผู้เฒ่า มาให้กำลังใจและดูแลลูกหลานกันมากมาย
แถมยังได้เยี่ยมแอ้วและลูก ๆ ทั้งสามน่ารักมากๆ อยากไปอีกจัง
แสดงความคิดเห็น